การสอนไม่ใช่การจับผิด…

หมอเสาวภา เลี้ยงลูกเชิงบวก

939 “ถ้าสอนเหมือนจับผิดลูก ลูกจะไม่ฟัง”

เมื่อลูกทำผิด คุณควรสั่งสอนลูกด้วยวิธีคิดในสมองว่า “ลูกต้องการเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้น” ไม่ได้ต้องการคนมาดุด่าซ้ำเติมในสิ่งที่ผิด

แนวคิดการสั่งสอนลูก
…………………

1. พ่อแม่ควรอธิบายสิ่งที่ลูกต้องเปลี่ยนแปลงให้ชัดเจน

เพราะความชัดเจนทำให้ลูกเข้าใจง่ายขึ้น ว่าเขาต้องทำตัวอย่างไร เช่น “พ่ออยากให้ลูกทำการบ้านให้เสร็จก่อนสองทุ่ม จะได้นอนไม่ดึก และมีงานส่งครูทันด้วย”

สิ่งที่ไม่ควรทำคือ เอาแต่ตำหนิและต่อว่าพฤติกรรมไม่ดีของลูก แต่สิ่งที่อยากให้เปลี่ยนแปลงกลับพูดไม่เคลียร์ เช่น “ลูกไม่รู้จักรับผิดชอบ พอเรียกก็โวยวาย เอาแต่ใจตัวเองไม่รู้จักโตสักที รู้จักรับผิดชอบซะบ้างนะ!”

คำว่ารู้จักรับผิดชอบซะบ้างนะ เป็นสิ่งที่พ่อต้องการ แต่ลูกอาจไม่รู้ว่าต้องทำอะไรกันแน่ เพราะลูกอาจไม่รับผิดชอบมากมายไปหมด ซึ่งต่างจากประโยคแรกข้างต้นที่เห็นความชัดเจนที่พ่อต้องการง่ายกว่า

…………………

2.เปิดโอกาสให้ลูกได้แสดงความคิดและความรู้สึก

เพราะสิ่งที่คุณกำลังพูดอยู่เป็นเรื่องรับผิดชอบของเขา ผู้รับผิดชอบหลักควรมีโอกาสแสดงความคิดและความรู้สึกด้วย ไม่เช่นนั้นแล้ว ลูกอาจมีอารมณ์ร่วมที่อยากแก้ไขน้อย

เช่น “ลูกรู้สึกยังไงที่ทำงานไม่ทันและโดนตัดคะแนน” “ลูกคิดยังไง ที่พ่อเสนอเวลาแบบนี้” “เพราะอะไรลูกถึงเสนออีกเวลา” “แล้วลูกจะจัดการเวลายังไง“ เป็นต้น

สิ่งที่ไม่ควรทำก็คือ มาถึงก็ดุด่าสั่งการลูก แล้วก็เดินออกไป โดยไม่คิดจะรับฟังลูกเลย

…………………

3.พ่อแม่ควรควบคุมอารมณ์ได้ตลอดการสนทนา

ถ้าพ่อแม่ควบคุมอารมณ์ได้ บรรยากาศจะตึงเครียดน้อยลง ทำให้ลูกรู้สึกปลอดภัยที่จะพูดและเมื่อได้พูด ลูกจะพร้อมรับฟังมากขึ้นด้วย

สิ่งที่ไม่ควรทำก็คือ สอนไปด่าไป มีคำพูดประชดประชัน หรือมีคำเปรียบเทียบ ยิ่งคุณใช้อารมณ์ สมองของลูกจะจับความสนใจไปที่อารมณ์โกรธ ทั้งอารมณ์โกรธของคุณและอารมณ์โกรธในใจของตนเอง มากกว่าจะมาสนใจคำสั่งสอนของพ่อแม่

…………………

4.พ่อแม่รับฟังเป็น และสื่อสารออกมาได้

ทักษะการฟัง เป็นสิ่งที่พ่อแม่ต้องฝึกฝน คุณต้องตั้งใจฟัง โดยจินตนาการว่าคุณไปนั่งอยู่ตำแหน่งของลูก เช่น ลูกทำการบ้านไม่ทันเพราะไม่ฟังคำเตือนคุณ ถ้าคุณมีทักษะการฟังจริงๆ คุณจะรับรู้ได้ว่า ลูกกำลังเจ็บปวดเสียใจที่ไม่เชื่อคำเตือนของคุณ และบางคนก็เจ็บใจตนเองด้วย แม้ภายนอกลูกจะเถียงคุณก็ตาม

เมื่ออ่านความรู้สึกลูกได้แล้ว คุณก็ต้องสื่อสารเป็น เพื่อให้ลูกรู้ว่าคุณเข้าใจเขา เช่น “พ่อฟังแล้ว เข้าใจเลยว่า ลูกรู้สึกผิดและโกรธตนเองมากแค่ไหนที่ไม่ฟังพ่อแม่ ทำให้โดนคุณครูตัดคะแนน”

สิ่งที่ไม่ควรทำก็คือ เมื่อลูกพูดจบแล้ว คุณก็ใส่แต่ความคิดคุณโดยหวังว่าลูกต้องเข้าใจสิ่งที่คุณพูดเท่านั้น (แบบนี้ไม่เรียกว่ารับฟัง)

…………………

5.พ่อแม่ปิดการสนทนาด้วยภาษารัก

เมื่อการสั่งสอนสิ้นสุดลง ในใจของเด็กจะมีความรู้สึกมากมายเกิดขึ้น ที่แน่ๆเด็กจะเกิดความรู้สึกแย่ต่อตนเอง แม้ว่าคุณจะควบคุมอารมณ์มากแค่ไหนก็ตาม ทั้งนี้ก็เป็นไปตามธรรมชาติของมนุษย์ทุกคน ที่ได้รับฟังเรื่องไม่ดีของตนเอง

หมอแนะนำให้สวมกอดลูกแน่นๆ และบอกลูกที่ข้างหูว่า “พ่อแม่รักลูกนะ”

เพราะมีเด็กหลายคนที่ไม่แน่ใจว่าพ่อแม่ยังรักเขาอยู่หรือเปล่า การกอดและบอกรักปิดท้ายการสั่งสอนจะช่วยกู้ความรู้สึกไม่มั่นใจในความรักของพ่อแม่กลับมาได้

สิ่งที่ไม่ควรทำก็คือ ปิดท้ายบทสนทนาด้วยการขู่หรือประชด เช่น “ถ้ายังไม่ทำตัวให้ดีกว่านี้ ก็ต้องโดนตัดคะแนนไปเรื่อยๆ อยากเป็นแบบนี้ก็เรื่องของลูก”

การประชดประชันหรือขู่ ทำให้เด็กรู้สึกว่า พ่อแม่จะไม่สนใจในยามที่เขามีปัญหา จะสั่นสะเทือนสายสัมพันธ์ที่มีต่อกันได้

เรารู้กันแล้วว่า เด็กที่ไม่เสียคน คือเด็กที่มีสายสัมพันธ์ระหว่างเขากับพ่อแม่เข้มแข็ง สายสัมพันธ์นี้จะดึงหัวใจลูกให้กลับมาได้ในยามคับขัน ลูกจะนึกได้ว่า พ่อแม่จะเสียใจถ้าเขาทำไม่ดี

สายสัมพันธ์ที่เข้มแข็งถูกสร้างขึ้นในทุกๆวันที่เราใช้ชวิตกับลูก เหมือนดังข้อแนะนำข้างต้น ถ้าเราทำได้ทุกข้อ เราได้บอกลูกทางอ้อมแล้วว่า ไม่ว่าลูกจะเป็นอะไรก็ตาม ทำผิดอะไรมา พ่อแม่พร้อมยอมรับลูกและพร้อมที่จะช่วยให้เขาแก้ปัญหาชีวิตได้

(คำว่า “ช่วย” ของหมอ หมายถึง ช่วยกระตุ้นให้ลูกคิดวิธีแก้ปัญหา ช่วยสอนให้คิด ช่วยรับฟังความทุกข์ของลูก ไม่ใช่ช่วยแก้ปัญหาแทนนะคะ)

หากการสั่งสอนลูก ทำให้สายสัมพันธ์แย่ลงไปทุกวัน คุณควรเปลี่ยนวิธีสอนใหม่ เพราะอนาคตข้างหน้า ลูกอาจเจอสิ่งไม่ดีที่พร้อมจะดึงลงต่ำได้ตลอดเวลา

สอนลูกอย่างใจเย็นและรับฟังลูกให้เป็นนะคะ^^

ไม่อยากพลาดข้อมูลและข้อคิดดีๆ อย่าลืมกด see first (เห็นโพสต์ก่อน) ?
………………………………………

หนังสือและนิทานที่หมอแต่ง
คลิกเลย http://m.me/HappyParentingThai

หมอเสาวภาเลี้ยงลูกเชิงบวก
#สั่งสอนลูก #อย่าประชดประชัน #พ่อแม่ควบคุมอารมณ์ #พ่อแม่รับฟัง

https://external.fkkc1-1.fna.fbcdn.net/safe_image.php?d=AQAml4OXnZIGXNOa&url=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Fqr%2Fshow%2Fcode%2F%3Fmargin%3D2%26pixel_size%3D8%26correction_level%3DH%26type%3Dsquare%26picture_uri%3Dhttps%253A%252F%252Fwww.facebook.com%252Fimages%252Fpages%252Fqrcode%252Ffblogo.png%26data%3Dhttps%253A%252F%252Ffacebook.com%252Fqr%253Fid%253D2243641412387049%26hash%3DAQCieB8j_h9H8xGZ&_nc_hash=AQBH0mwNpHnyEUtJ

https://www.facebook.com/jvsakaeo/posts/2243641412387049

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *